TH EN
banner
ข้อบังคับชมรม
หมวดที่ 1 : บททั่วไป

ข้อ 1. ชมรมนี้มีชื่อว่า “ชมรมปฏิบัติการหลักทรัพย์ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “ Back Office Operation Club “ 
คำว่า “ชมรม” ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง “ชมรมปฏิบัติการหลักทรัพย์”
คำว่า “คณะกรรมการ” ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง “คณะกรรมการของชมรมปฏิบัติการหลักทรัพย์”
คำว่า “กรรมการ” ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง “กรรมการของชมรมปฏิบัติการหลักทรัพย์”
   
ข้อ 2. สำนักงานของชมรมตั้งอยู่ ณ ที่ทำการของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย
   
ข้อ 3. ในกรณีที่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยหรือตีความเกี่ยวกับข้อบังคับนี้หรือการดำเนินการของชมรม ให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย
หรือตีความแล้วแต่กรณี

 

หมวดที่ 2 : วัตถุประสงค์ของชมรม

ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของชมรมมีดังต่อไปนี้
 
4.1 ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานด้านปฏิบัติการหลักทรัพย์
4.2 เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ประสบการณ์ และวิธีการเกี่ยวกับงานปฏิบัติการหลักทรัพย์
4.3 เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาทักษะความรู้ เทคนิค และวิธีการใหม่ ๆ ของงานด้านปฏิบัติการหลักทรัพย์ของสมาชิกให้สอดคล้อง
กับการขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์
4.4 เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร และประสานความร่วมมือกันระหว่างสมาชิกในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ 
ในการปฏิบัติงาน
4.5 เป็นตัวแทนของสมาชิกในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนางานด้านปฏิบัติการ หลักทรัพย์
4.6 เผยแพร่การศึกษา วิจัย กิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับงานปฏิบัติการหลักทรัพย์

 

หมวดที่ 3 : สมาชิกและสมาชิกภาพ

ข้อ 5. สมาชิกของชมรม ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหรือสถาบันการเงินที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ทุกประเภท หรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทุกประเภท หรือที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วง (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “สมาชิก”)
   
ข้อ 5/1 สมาชิกสมทบของชมรม ได้แก่ บริษัทจัดการกองทุนรวม หรือ นิติบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักทรัพย์ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า 
“สมาชิกสมทบ”) ทั้งนี้ ให้นำความตามข้อ 6 – 9 มาใช้บังคับแก่สมาชิกสมทบโดยอนุโลม
   
ข้อ 6. บริษัทที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5. และข้อ 5/1 ซึ่งมีความประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรมให้ยื่นใบสมัครต่อเลขาธิการชมรมตาม
วิธีการที่ชมรมกำหนด และให้เลขาธิการชมรมนำใบสมัครนั้นเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคำขอเข้าเป็นสมาชิก เมื่อคณะกรรมการ
มีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการชมรมมีหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครนั้นทราบภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ลงมติ
   
ข้อ 7. สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าบำรุงเรียบร้อยแล้ว
   
ข้อ 8. สมาชิกย่อมขาดจากสมาชิกภาพในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
  8.1 สมาชิกแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรขอลาออกจากชมรม
8.2 สมาชิกไม่ชำระค่าบำรุงรายปี และคณะกรรมการมีมติให้ออก
8.3 ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้ถอนชื่อจากทะเบียนสมาชิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
8.4 คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพโดยจะดำเนินการตามขั้นตอนที่คณะกรรมการมีมติกำหนด

 

หมวดที่ 4 : ค่าบำรุงชมรม

 

ข้อ 9. สมาชิกจะต้องชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงชมรมดังนี้
 
9.1 ค่าลงทะเบียนสมาชิกแรกเข้าเป็นเงินจำนวน 30,000 บาท ทั้งนี้ ให้ยกเว้นค่าลงทะเบียนสมาชิกแรกเข้าสำหรับบริษัทที่เป็นสมาชิกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และสมาชิกจะต้องชำระค่าบำรุงรายปีตามปีปฏิทินในอัตราที่คณะกรรมการชมรม
กำหนดแต่ไม่เกินปีละ 20,000 บาท
9.2 สมาชิกต้องชำระค่าบำรุงรายปีภายในเดือนมกราคมของทุกปี หรือตามที่คณะกรรมการกำหนด

 

 

หมวดที 5 : สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 10. สมาชิกมีสิทธิและหน้าที่ ดังนี้
  10.1 แสดงความคิดเห็น และออกเสียงลงคะแนน
10.2 พิจารณาส่งผู้แทนเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ
10.3 ได้รับประโยชน์จากการดำเนินกิจการของชมรม
10.4 ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และจรรยาบรรณของชมรม
10.5 ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมของชมรม
   
ข้อ 10/1 สมาชิกสมทบมีสิทธิและหน้าที่ตามข้อ 10.3, 10.4 และ 10.5

 

หมวดที่ 6 : การประชุมสมาชิก
ข้อ 11. ให้คณะกรรมการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ภายใน 3 เดือน นับแต่วันครบรอบระยะเวลาบัญชีของชมรมการประชุมสมาชิก
คราวอื่นให้เรียกว่าประชุมวิสามัญ ซึ่งคณะกรรมการหรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของ จำนวนสมาชิกทั้งหมดจะร้องขอให้
คณะกรรมการจัดประชุมเมื่อใดก็ได้ โดยแจ้งเหตุร้องขอประชุมเป็นลายลักษณ์ อักษรไปยังเลขาธิการชมรม
   
ข้อ 12. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะครบเป็นองค์ประชุม หากเวลาผ่านพ้นไป 1 ชั่วโมง สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ให้เลื่อนการประชุมไปคราวหน้า และให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหม่
การประชุมครั้งหลังนี้แม้สมาชิกไม่ครบเป็นองค์ประชุมก็ให้ดำเนินการประชุมไปได้
   
ข้อ 13. การประชุมวิสามัญต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม หากเวลาผ่านพ้นไป 1 
ชั่วโมง สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุมก็ให้เลื่อนการประชุมไปคราวหน้าและให้คณะกรรมการ เรียกประชุมใหม่ การประชุมครั้งหลังนี้ แม้มี
สมาชิกไม่ครบเป็นองค์ประชุมก็ให้ดำเนินการประชุมไปได้ เว้นแต่ในกรณีของการประชุมวิสามัญที่สมาชิกร้องขอให้คณะกรรมการ
จัดประชุมนั้น หากสมาชิกไม่ครบเป็นองค์ประชุมก็ให้ยกเลิกการประชุมนั้นเสีย
   
ข้อ 14. การบอกกล่าวประชุมสมาชิก ให้แจ้งแก่สมาชิกล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ โดยทางจดหมาย นำส่งหรือโทรสาร หรือจดหมายอิเลคโทรนิคส์ (E-mail) พร้อมทั้งแจ้งรายละเอียด วัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม
   
ข้อ 15. ให้ประธานคณะกรรมการเป็นประธานในที่ประชุมสมาชิกถ้าประธานคณะกรรมการไม่มาประชุมให้รองประธานคณะกรรมการเป็นประธาน
ในที่ประชุมถ้าประธานคณะกรรมการและรองประธานคณะกรรมการไม่มาประชุมให้สมาชิกเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
   
ข้อ 16. ให้ที่ประชุมถือคะแนนเสียงข้างมากในที่ประชุมเป็นเกณฑ์ โดยสมาชิกแต่ละรายมีคะแนนเสียงรายละหนึ่งเสียง ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด ยกเว้นกรณีที่กำหนดไว้เฉพาะในหมวดที่ 9 เรื่อง "การแก้ไขข้อบังคับชมรมและการเลิกชมรม"
   
ข้อ 16/1 สมาชิกสมทบมีสิทธิเข้าร่วมประชุมสมาชิกได้ และไม่มีสิทธิออกเสียงคะแนน

 

หมวดที่ 7 : คณะกรรมการชมรมและการบริหารชมรม

 

ข้อ 17. การเลือกตั้งและแต่งตั้งคณะกรรมการของชมรม
 
17.1 ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งมีจำนวนไม่เกิน 12 คน ประกอบด้วยกรรมการจากบริษัทสมาชิกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยไม่เกิน 8 คน และกรรมการจากบริษัทอื่น ๆ ไม่เกิน 3 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมสมาชิก และกรรมการอีก 1 คน คือ  ผู้อำนวยการสมาคมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการ เป็นกรรมการและเลขาธิการชมรมโดยตำแหน่ง
17.2 การเลือกตั้งกรรมการให้กระทำโดยสมาชิกเลือกตั้งจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกตั้ง
17.3 ในการเลือกตั้งกรรมการ ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงตามลำดับได้เป็นกรรมการไม่เกินจำนวนที่ระบุไว้ในข้อ 17.1 ถ้ามีผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันในลำดับสุดท้ายที่จะได้เป็นกรรมการคราวนั้นให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติใหม่เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันหากปรากฎว่าคะแนนเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก
17.4 บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกตั้ง ประกอบด้วยรายชื่อของบุคคลที่เสนอโดยสมาชิกให้เป็นผู้มีสิทธิรับเลือกตั้ง ในตำแหน่ง
กรรมการชมรม
17.5 ผู้ที่มีสิทธิเป็นกรรมการจะต้องเป็นผู้แทนของสมาชิกและมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารในสายงานด้านปฏิบัติการ หลักทรัพย์ของสมาชิก
17.6 การเสนอรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็นกรรมการให้เสนอต่อกรรมการและเลขาธิการชมรมก่อนวัน ประชุมใหญ่ของชมรม ไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน และให้กรรมการและเลขาธิการชมรมส่งบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งไปยังสมาชิกล่วงหน้าก่อนวันประชุมใหญ่ของชมรมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
17.7 ให้บรรดากรรมการเลือกตั้งกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งประธาน รองประธาน เหรัญญิก และตำแหน่งอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มี
17.8 คณะกรรมการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี โดยในวาระเริ่มแรกเมื่อครบ 1 ปีให้กรรมการออกจากตำแหน่ง เป็นจำนวนหนึ่งในสามโดยวิธีจับสลาก และเมื่อครบสองปีให้กรรมการในจำนวนที่เหลือจากการจับสลากออกเมื่อครบหนึ่งปีแรก ออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนหนึ่งในสองของจำนวนดังกล่าวโดยวิธีจับสลาก หากจำนวนที่คำนวณได้มีเศษ ให้ปัดเศษทิ้งและให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับสลากเป็นการออกตามวาระด้วย เพื่อให้มีการเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระนั้น กรรมการชมรมที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับเลือกตั้งได้อีก
17.9 ความในข้อ 17.2, 17.3, 17.5, 17.7 และ 17.8 มิให้นำมาใช้บังคับแก่ผู้อำนวยการสมาคมหรือผู้ที่ได้รับ มอบหมายจาก
ผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นกรรมการและเลขาธิการของชมรมโดยตำแหน่ง
   
ข้อ 18. ให้เลขาธิการชมรมแจ้งรายชื่อกรรมการให้สมาชิกทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นสมบูรณ์
   
ข้อ 19. การเลือกตั้งกรรมการโดยสมาชิกในที่ประชุมสมาชิกจะกระทำโดยวิธีเปิดเผยหรือวิธีอื่นก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ที่ประชุมใหญ่สมาชิกจะกำหนด
   
ข้อ 20. ให้คณะกรรมการชมรมร่วมกันกำหนดและมอบหมายความรับผิดชอบในงานด้านต่าง ๆ ของชมรมภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้จัดตั้ง
คณะกรรมการชมรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์
   
ข้อ 21. อำนาจและหน้าที่ของประธานคณะกรรมการและกรรมการ
 
21.1 กำหนดทิศทางและนโยบายของชมรม
21.2 บริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
21.3 คณะกรรมการอาจแต่งตั้งที่ปรึกษาของชมรมและคณะอนุกรรมการได้
21.4 แต่งตั้งคณะทำงานในเรื่องต่าง ๆ จากสมาชิกหรือบุคคลอื่นที่คณะกรรมการเห็นสมควร
21.5 ให้ประธานคณะกรรมการเป็นผู้แทนของชมรมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกและเป็นประธานในที่ประชุมของคณะกรรมการ
ชมรมและในที่ประชุมสมาชิก
21.6 ให้กรรมการและเลขาธิการชมรมมีหน้าที่ช่วยเหลือประธานในกิจการทั้งปวงอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ประธาน เป็นผู้ปฏิบัติการ
แทนประธานในขณะที่ประธานไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้หรือตามที่ประธานจะมอบหมายและมีหน้าที่บริหารงานเอกสาร
ที่เกี่ยวกับการประชุม
21.7 ให้ประธานคณะกรรมการประสานงานกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยในการแต่งตั้งหรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยทำหน้าที่รักษาและจดบันทึกบัญชีเกี่ยวกับเงิน ทรัพย์สิน รายรับ-รายจ่ายของชมรม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่เป็นนายทะเบียนสมาชิก และหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
   
ข้อ 22. การประชุมคณะกรรมการ
 
22.1 ให้มีการประชุมคณะกรรมการตามที่ประธานคณะกรรมการจะเห็นสมควร แต่อย่างน้อยจะต้องมีการประชุมทุก 3 เดือน
22.2 ในการประชุมคณะกรรมการทุกครั้งต้องมีกรรมการมาร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด 
จึงจะครบองค์ประชุม
22.3 ให้ประธานคณะกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานคณะกรรมการไม่มาประชุมให้รองประธานคณะกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานคณะกรรมการและรองประธานคณะกรรมการไม่มาประชุม ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
22.4 มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมากของจำนวนกรรมการที่มาประชุมเป็นเกณฑ์ในกรณีที่เสียงเท่ากัน
ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
22.5 ให้ประธานคณะกรรมการหรือผู้ที่ประธานคณะกรรมการมอบหมาย รายงานผลการดำเนินงานของชมรมต่อคณะกรรมการ
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยทุก 3 เดือน
   
้ข้อ 23. การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ
 
23.1 ถึงแก่กรรม
23.2 ถึงคราวออกตามวาระ
23.3 ลาออก
23.4 ออกจากบริษัทสมาชิกหรือพ้นสภาพการเป็นผู้แทนของบริษัทสมาชิก
23.5 บริษัทขาดจากสมาชิกภาพ
23.6 ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
   
ข้อ 24. ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลง ซึ่งนอกเหนือไปจากการออกตามวาระในข้อ 17.8 ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการเข้าดำรง
ตำแหน่งแทน โดยกรรมการผู้ได้รับการแต่งตั้งขึ้นใหม่มีวาระการดำรงตำแหน่งได้เท่ากับกรรมการที่ตนเข้ามาแทนพึงมี ทั้งนี้ ให้กระทำในการประชุมคณะกรรมการครั้งต่อไปตามองค์ประกอบในข้อ 17.1  หากกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งดังกล่าว มีวาระการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่น้อยกว่า 6 เดือน ให้เลือกตั้งกรรมการเข้าดำรงตำแหน่งแทนในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี

 

 

หมวดที่ 8 : การเงินและการบัญชี

ข้อ 25. การเงินและการบัญชีของชมรมให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ หรือบุคคลที่คณะกรรมการมอบหมาย โดยจะได้รับการ
สนับสนุนด้านบุคลากรจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย
   
ข้อ 26. รายได้ของชมรมเกิดจากการเก็บค่าบำรุงจากสมาชิก รายได้จากการจัดกิจกรรมหรือรายได้จากการจำหน่ายเอกสารทางวิชาการของชมรม
   
ข้อ 27. ให้คณะกรรมการพิจารณานำเงินของชมรมฝากไว้ ณ สถาบันการเงินที่คณะกรรมการชมรมเห็นสมควร โดยแยกออกต่างหากจากบัญชีอื่น ๆ ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย การเบิกจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝากของชมรมทุกครั้งต้องมีหลักฐานการอนุมัติโดยการลงลายมือชื่อ
ของกรรมการชมรมอย่างน้อย 2 คนร่วมกัน
   
ข้อ 28. เหรัญญิกของชมรมอาจเก็บรักษาเงินสดย่อยเพื่อการทดรองจ่ายได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท และการเบิกจ่ายเงินจากเงินสดย่อย
ทุกครั้งต้องมีเอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์
   
ข้อ 29. ให้คณะกรรมการใช้จ่ายเงินของชมรมได้ตามความจำเป็นเพื่อบริหารงานของชมรม และกิจกรรมของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
   
ข้อ 30. รอบปีบัญชีของชมรมเริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี  ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคมทำการ
ตรวจสอบบัญชีรายรับ-รายจ่าย  และงบดุลของชมรมแล้วนำเสนอต่อที่ประชุมสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี

 

หมวดที่ 9 : การแก้ไขข้อบังคับชมรม และการเลิกชมรม

ข้อ 31.

ข้อบังคับของชมรมจะสามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ด้วยมติของที่ประชุมสมาชิก ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
   
ข้อ 32. ชมรมจะเลิกได้ด้วยมติของที่ประชุมสมาชิก ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมด

 

TOP