TH EN
banner
ข้อบังคับชมรม
หมวดที่ 1 : บททั่วไป

ข้อ 1ชมรมนี้มีชื่อว่า "ชมรมบริหารทรัพยากรบุคคลบริษัทหลักทรัพย์ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย"
มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Human Resources Club"
คำว่า "ชมรม" ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง "ชมรมบริหารทรัพยากรบุคคลบริษัทหลักทรัพย์"
คำว่า "คณะกรรมการ" ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง "คณะกรรมการของชมรมบริหารทรัพยากรบุคคลบริษัท          หลักทรัพย์"
คำว่า "กรรมการ" ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง "กรรมการของชมรมบริหารทรัพยากรบุคคลบริษัทหลักทรัพย์"
ข้อ 2.   สำนักงานของชมรมตั้งอยู่ ณ ที่ทำการของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย
ข้อ 3.   ในกรณีที่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยหรือตีความเกี่ยวกับข้อบังคับนี้หรือการดำเนินการของชมรม ให้คณะกรรมการ
เป็นผู้วินิจฉัยหรือตีความแล้วแต่กรณี

หมวดที่ 2 : วัตถุประสงค์ของชมรม

ข้อ 4.  วัตถุประสงค์ของชมรมมีดังต่อไปนี้
4.1 เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ ประสบการณ์  และวิธีเกี่ยวกับงานบริหารทรัพยากรบุคคลระหว่างสมาชิก
4.2 เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร และประสานความร่วมมือกันระหว่างสมาชิกในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานด้านบริหารทรัพยากรบุคคล
4.3 ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลแก่บริษัทสมาชิก
4.4 เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้กับบุคลากรของบริษัทสมาชิกให้มีศักยภาพในการบริหารงานทรัพยากรบุคคลอย่างมืออาชีพ เพื่อให้มีแนวคิดในการบริหารงานทรัพยากรบุคคลแนวใหม่ โดยพัฒนาให้มีความสามารถในการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจโดยภาพรวม
4.5 เพื่อเผยแพร่งานวิชาการ ผลการวิจัย และกิจกรรมทางวิชาการที่เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลให้แก่สมาชิก

หมวดที่ 3 : สมาชิกและสมาชิกภาพ

ข้อ 5. สมาชิกของชมรม ได้แก่ บริษัทที่อยู่ในธุรกิจการเงิน อันได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักทรัพย์ และสถาบันการเงิน (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "สมาชิก")

ข้อ 6. บริษัทที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5. ซึ่งมีความประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ให้ยื่นใบสมัครต่อเลขาธิการชมรมตามวิธีการที่ชมรมกำหนด และให้เลขาธิการชมรมนำใบสมัครนั้นเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจาณาคำขอเข้าเป็นสมาชิก โดยเมื่อคณะกรรมการมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการชมรมมีหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครนั้นทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่คณะกรรมการลงมติ

ข้อ 7. สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าบำรุงชมรมฯ เรียบร้อยแล้ว

ข้อ 8. สมาชิกย่อมขาดจากสมาชิกภาพในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
8.1  สมาชิกแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรขอลาออกจากชมรม
8.2  สมาชิกไม่ชำระค่าบำรุงรายปี โดยไม่มีเหตุอันควร
8.3  ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้ถอนชื่อจากทะเบียนสมาชิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
8.4  คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพโดยจะดำเนินการตามขั้นตอนที่คณะกรรมการมีมติกำหนด

หมวดที่ 4 : ค่าบำรุงชมรม

ข้อ 9.  สมาชิกจะต้องชำระค่าลงทะเบียนแรกเข้าและค่าบำรุงชมรม ดังนี้
9.1      ค่าลงทะเบียนสมาชิกแรกเข้าเป็นเงินจำนวน 2,000 บาท และชำระค่าบำรุงรายปีในอัตราที่คณะกรรมการชมรมกำหนด แต่ไม่เกินปีละ 20,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทั้งนี้ ให้ยกเว้นค่าลงทะเบียนสมาชิกแรกเข้าสำหรับบริษัทที่เป็นสมาชิกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย
9.2      การชำระค่าบำรุงรายปีของสมาชิกรายใหม่ ให้ใช้หลักเกณฑ์ต่อไปนี้
9.2.1   ระยะเวลาที่เข้าเป็นสมาชิกในปีแรกน้อยกว่า 6 เดือน ให้ชำระค่าบำรุงรายปีจำนวนกึ่งหนึ่ง
9.2.2   ระยะเวลาที่เข้าเป็นสมาชิกในปีแรกมากกว่า 6 เดือน ให้ชำระค่าบำรุงรายปีเต็มจำนวน
9.2.3   ใช้ชำระค่าบำรุงรายปีภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการมีมติให้รับสมาชิกรายใหม่
การขอผ่อนผันการชำระค่าบำรุงรายปีของสมาชิกใหม่ ให้ขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการชมรม
9.3     สมาชิกต้องชำระค่าบำรุงรายปี ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี หรือตามที่คณะกรรมการกำหนด

หมวดที่ 5 : สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 10.   สมาชิกมีสิทธิดังนี้
10.1    แสดงความคิดเห็น และออกเสียงลงคะแนนเพื่อลงมติ
10.2    พิจารณาส่งผู้แทนเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ
10.3    ได้รับประโยชน์จากการดำเนินกิจการของชมรม
10.4    ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และจรรยาบรรณของชมรม
10.5    ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมของชมรม

หมวดที่ 6 : การประชุมสมาชิก

ข้อ 11.  ให้คณะกรรมการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ภายใน 3 เดือน นับแต่วันครบรอบระยะเวลาบัญชีของชมรม
การประชุมสมาชิกคราวอื่นให้เรียกว่าประชุมวิสามัญ ซึ่งคณะกรรมการหรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 1
ใน 4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจะร้องขอให้คณะกรรมการจัดประชุมเมื่อใดก็ได้ โดยแจ้งเหตุร้องขอประชุมเป็น
ลายลักษณ์อักษรไปยังเลขาธิการชมรม

ข้อ 12   การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม หากเวลาผ่านพ้นไป 1 ชั่วโมง สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ให้เลื่อนการประชุมไปคราวหน้า และ
ให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหม่ การประชุมครั้งหลังนี้แม้สมาชิกไม่ครบเป็นองค์ประชุมก็ให้ดำเนินการประชุม
ไปได้

ข้อ 13.   การประชุมวิสามัญต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม หากเวลาผ่านพ้นไป 1 ชั่วโมง สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุมก็ให้เลื่อนการประชุมไปคราวหน้าและให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหม่ การประชุมครั้งหลังนี้ แม้มีสมาชิกไม่ครบเป็นองค์ประชุมก็ให้ดำเนินการประชุมไปได้ เว้นแต่ ในกรณีของการประชุมวิสามัญที่สมาชิกร้องขอให้คณะกรรมการจัดประชุมนั้น หากสมาชิกไม่ครบเป็นองค์ประชุม
ก็ให้ยกเลิกการประชุมนั้นเสีย

ข้อ 14.   การบอกกล่าวประชุมสมาชิก ให้แจ้งแก่สมาชิกล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ โดยทางจดหมายนำส่งจดหมายอิเลคทรอนิกส์ หรือโทรสาร พร้อมทั้งแจ้งรายละเอียด วัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม

ข้อ 15.   ให้ประธานคณะกรรมการเป็นประธานในที่ประชุมสมาชิก
ถ้าประธานคณะกรรมการไม่มาประชุมให้รองประธานคณะกรรมการ หรือบุคคลที่ประธานมอบหมาย
เป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานคณะกรรมการ  รองประธานคณะกรรมการ และ/หรือบุคคลที่ประธานกรรมการมอบหมาย ไม่สามารถมาประชุมได้ ให้สมาชิกเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน

ข้อ 16.  ให้สมาชิกแต่ละรายมีคะแนนเสียงรายละหนึ่งเสียง โดยการลงมติให้ที่ประชุมถือคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกที่มีส่วนได้เสีย ซึ่งมาประชุมและออกเสียงลงคะแนนเป็นเกณฑ์  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็น
ผู้ชี้ขาด ยกเว้นกรณีที่กำหนดไว้เฉพาะในหมวดที่ 9 เรื่อง "การแก้ไขข้อบังคับชมรมและการเลิกชมรม"

หมวดที่ 7 : คณะกรรมการชมรมและการบริหารชมรม

ข้อ 17.   การเลือกตั้งและแต่งตั้งคณะกรรมการของชมรม
17.1    ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งมีจำนวนไม่เกิน 12 คน ประกอบด้วยกรรมการจากบริษัทสมาชิกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยไม่เกิน 8 คน  และกรรมการจากบริษัทอื่น ๆ ไม่เกิน 3 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมสมาชิก และ/หรือ การแต่งตั้งโดยคณะกรรมการ ตามข้อ 24. และให้เลขาธิการสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยเป็นเลขาธิการชมรมโดยตำแหน่ง
17.2    การเลือกตั้งกรรมการให้กระทำโดยสมาชิกเลือกตั้งจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกตั้ง
17.3    ในการเลือกตั้งกรรมการ ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงตามลำดับได้เป็นกรรมการไม่เกินจำนวนที่ระบุไว้ในข้อ 17.1
ถ้ามีผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันในลำดับสุดท้ายที่จะได้เป็นกรรมการคราวนั้นให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติใหม่เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน  หากปรากฏว่าคะแนนเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก
17.4    บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกตั้ง ประกอบด้วยรายชื่อของบุคคลที่เสนอโดยสมาชิกให้เป็นผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งในตำแหน่งกรรมการชมรม
17.5    ผู้ที่มีสิทธิเป็นกรรมการจะต้องเป็นผู้แทนของสมาชิกและมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารในหน่วยงานบริหารทรัพยากรบุคคลของสมาชิก
17.6    การเสนอรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็นกรรมการให้เสนอต่อกรรมการและเลขาธิการชมรมก่อนวันประชุมใหญ่ของชมรม ไม่น้อยกว่าเจ็ดวันทำการ และให้กรรมการและเลขาธิการชมรมส่งบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งไปยังสมาชิกล่วงหน้าก่อนวันประชุมใหญ่ของชมรมไม่น้อยกว่าสามวันทำการ
17.7    ให้บรรดากรรมการเลือกตั้งตำแหน่งหน้าที่ในชมรมกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งหน้าที่ต่อไปนี้ ประธาน
รองประธาน เหรัญญิก และตำแหน่งอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มี ทั้งนี้ การดำรงตำแหน่งแต่ละตำแหน่งจะต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ทั้งนี้ ผู้ที่มีสิทธิได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธาน จะต้องเป็นผู้แทนของสมาชิกหรือมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารในหน่วยงานบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทหลักทรัพย์
17.8    คณะกรรมการดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี และการประชุมใหญ่สามัญประจำปีทุกครั้งให้กรรมการออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสาม (1/3) ของจำนวนกรรมการในขณะนั้น  โดยให้ผู้ที่อยู่ในวาระนานที่สุดออกก่อนและหากไม่ครบให้ใช้วิธีจับสลากกรรมการที่เหลือ โดยวิธีจับสลากหากจำนวนที่คำนวณได้มีเศษให้ปัดทิ้ง และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีเป็นการออกตามวาระด้วย  เพื่อให้มีการเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระนั้น กรรมการชมรมที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับเลือกตั้งได้อีก
17.9    ความในข้อ 17.2, 17.3, และ 17.8 มิให้นำมาใช้บังคับแก่เลขาธิการสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ซึ่งเป็นกรรมการและเลขาธิการของชมรมโดยตำแหน่ง

ข้อ 18.   ให้คณะกรรมการจากการเลือกตั้งของสมาชิกชมรมแจ้งรายชื่อกรรมการให้สมาชิกทั้งหมดทราบ ภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นสมบูรณ์

ข้อ 19.   การเลือกตั้งกรรมการโดยสมาชิกในที่ประชุมสมาชิกจะกระทำโดยวิธีเปิดเผย หรือวิธีอื่นก็ได้ ทั้งนี้ แล้วแต่
ที่ประชุมใหญ่สมาชิกจะกำหนด

ข้อ 20.   ให้คณะกรรมการชมรมร่วมกันกำหนดและมอบหมายความรับผิดชอบในงานด้านต่าง ๆ ของชมรมแก่กรรมการชมรมภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้จัดตั้งคณะกรรมการชมรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์

ข้อ 21.   อำนาจและหน้าที่ของประธานคณะกรรมการและกรรมการ
21.1    กำหนดทิศทางและนโยบายของชมรม
21.2    บริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
21.3    แต่งตั้งที่ปรึกษาของชมรมและคณะอนุกรรมการตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
21.4    แต่งตั้งคณะทำงานในเรื่องต่าง ๆ จากสมาชิกหรือบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
21.5    ให้ประธานคณะกรรมการเป็นผู้แทนของชมรมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกและเป็นประธาน
ในที่ประชุมของคณะกรรมการชมรมและในที่ประชุมสมาชิก
21.6    ให้กรรมการและเลขาธิการชมรมมีหน้าที่ช่วยเหลือประธานในกิจการทั้งปวงอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของประธาน เป็นผู้ปฏิบัติการแทนประธานในขณะที่ประธานไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้หรือตามที่ประธานจะมอบหมายและมีหน้าที่บริหารงานเอกสารที่เกี่ยวกับการประชุม
21.7    ให้ประธานคณะกรรมการประสานงานกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยในการแต่งตั้งหรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยทำหน้าที่รักษาและจดบันทึกบัญชีเกี่ยวกับเงิน ทรัพย์สิน รายรับ-รายจ่ายของชมรม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่เป็นนายทะเบียนสมาชิก และหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ข้อ 22.    การประชุมคณะกรรมการ
22.1    ให้มีการประชุมคณะกรรมการตามที่ประธานคณะกรรมการจะเห็นสมควร แต่อย่างน้อยจะต้องมีการประชุมทุก 3 เดือน
22.2    ในการประชุมคณะกรรมการทุกครั้งต้องมีกรรมการมาร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะครบองค์ประชุม
22.3    ให้ประธานคณะกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานคณะกรรมการไม่มาประชุมให้รองประธานคณะกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานคณะกรรมการและรองประธานคณะกรรมการไม่มาประชุม ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
22.4    มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมากของจำนวนกรรมการที่มาประชุมเป็นเกณฑ์ในกรณีที่เสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
22.5    ให้ประธานคณะกรรมการหรือผู้ที่ประธานคณะกรรมการมอบหมาย รายงานผลการดำเนินงานของชมรมต่อคณะกรรมการสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย

ข้อ 23.    การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ
23.1    ถึงแก่กรรม
23.2    ถึงคราวออกตามวาระ
23.3    ลาออก
23.4    ออกจากบริษัทสมาชิกหรือพ้นสภาพการเป็นผู้แทนของบริษัทสมาชิก
23.5    บริษัทขาดจากสมาชิกภาพ
23.6    ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

ข้อ 24.    ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลง ซึ่งนอกเหนือไปจากการออกตามวาระในข้อ 17.8 ให้คณะกรรมการแต่งตั้ง กรรมการเข้าดำรงตำแหน่งแทน โดยกรรมการผู้ได้รับการแต่งตั้งขึ้นใหม่มีวาระการดำรงตำแหน่งได้เท่ากับกรรมการที่ตนเข้ามาแทนพึงมี ทั้งนี้ ให้กระทำในการประชุมคณะกรรมการครั้งต่อไปตามองค์ประกอบในข้อ 17.1

หมวดที่ 8 : การเงินและการบัญชี

ข้อ 25.  การเงินของชมรมให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ หรือบุคคลที่คณะกรรมการมอบหมาย   โดยจะได้รับการสนับสนุนด้านบุคลากรจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย
ข้อ 26.  รายได้ของชมรมเกิดจากการเก็บค่าลงทะเบียนแรกเข้าและค่าบำรุงรายปีจากสมาชิก รายได้จากการจัดกิจกรรมหรือรายได้จากการจำหน่ายเอกสารทางวิชาการของชมรม
ข้อ 27.  ให้คณะกรรมการพิจารณานำเงินของชมรมฝากหรือลงทุนไว้กับสถาบันการเงินที่คณะกรรมการชมรมเห็นสมควร โดยแยกออกต่างหากจากบัญชีอื่น ๆ ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย การเบิกจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝาก หรือ
การไถ่ถอนเงินลงทุนของชมรมทุกครั้งต้องมีหลักฐานการอนุมัติโดยการลงลายมือชื่อของกรรมการชมรมอย่างน้อย 2 คนร่วมกัน
ข้อ 28.   เหรัญญิกของคณะกรรมการอาจเก็บรักษาเงินสดย่อยเพื่อการทดรองจ่ายได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท และการเบิกจ่ายเงินจากเงินสดย่อยทุกครั้งต้องมีเอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์
ข้อ 29.   ให้คณะกรรมการใช้จ่ายเงินของชมรมได้ตามความจำเป็นเพื่อบริหารงานของชมรม และกิจกรรมของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
ข้อ 30.   รอบปีบัญชีของชมรมเริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคมทำการตรวจสอบบัญชีรายรับ-รายจ่าย และงบดุลของชมรมแล้วนำเสนอต่อที่ประชุมสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี

หมวดที่ 9 : การแก้ไขข้อบังคับชมรม และการเลิกชมรม
ข้อ31.  ข้อบังคับของชมรมจะสามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ด้วยมติของที่ประชุมสมาชิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า3ใน4 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
ข้อ
32.  ชมรมจะเลิกได้ด้วยมติของที่ประชุมสมาชิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า3ใน4ของสมาชิกทั้งหมด
TOP